ตราสารหนี้สิน ที่นักลงทุนจำเป็นต้องทราบ

นักลงทุน ตราสารหนี้สิน หลายคนคงพอจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็น เอกสารข้อตกลงการกู้ยืมเงินที่มีการจ่ายดอกแล้วก็คืนเงินต้นให้กับผู้ร่วมลงทุนเมื่อถึงกำหนดอายุข้อตกลง


รวมทั้งที่สำคัญเป็นเป็นตราสารทางด้านการเงินที่หรูหราการเสี่ยงค่อนข้างจะต่ำ แม้กระนั้นมิได้แสดงว่า การลงทุนในตราสารหนี้สินทุกจำพวกจะปราศจากความเสี่ยงเลย ด้วยเหตุว่าขึ้นชื่อว่าการลงทุนย่อมมีการเสี่ยงเหมือนกัน จะมากมายจะน้อยขึ้นกับผลของการจัดการลงทุน ด้วยเหตุนั้น ในเนื้อหานี้ จะเอ๋ยถึงการเสี่ยง สำหรับการลงทุนตราสารหนี้สิน โดยการเสี่ยงของตราสารหนี้สินแต่ละชนิด มีดังต่อแต่นี้ไป เป็น
1.การเสี่ยงทางด้านเครดิต หรือ Credit Risk เป็น การเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาจากเปลี่ยนราคาของสินทรัพย์ซึ่งอาจจะมีการเกิดจากการสูญเสียเงินสำหรับในการลงทุน เพราะเหตุว่าขาดสภาพคล่อง ความบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการจัดการที่มีคุณภาพ การผิดนัดจ่ายหนี้ที่ผู้กู้ไม่อาจจะจ่ายเงินได้ดังที่ตกลงกันเอาไว้ แม้นักลงทุนได้ตกลงใจลงทุนในตราสารหนี้สินไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ เช็ค การเสี่ยงกลุ่มนี้ก็จะเป็นความเสี่ยงที่ผู้ร่วมลงทุนไม่สามารถที่จะเลี่ยงได้ สิ่งซึ่งสามารถช่วยคุ้มครองการเสี่ยงที่อาจจะมีการเกิดขึ้นได้จากการลงทุนที่เยี่ยมที่สุด เป็น การพินิจชั้นความน่าไว้วางใจ ซึ่งการจัดลำดับความน่าไว้วางใจนี้จะช่วยทำให้นักลงทุนมั่นอกมั่นใจถึงความรู้ความเข้าใจสำหรับในการปฏิบัติการแล้วก็การจ่ายและชำระหนี้ได้ตามข้อตกลงของผู้ออกตราสาร
2.การเสี่ยงทางด้านการตลาด หรือ Market Risk เป็น การเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาจากความเคลื่อนไหวของราคาของสินทรัพย์เป็นต้นว่าความเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของผู้ออกตราสาร ได้แก่ ถ้าเกิดอัตราค่าดอกเบี้ยตลาดการคลังมากขึ้น หรือมีท่าทางว่าจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยทำให้ราคาของตราสารหนี้สินที่ออกมาใหม่ก็จะมากขึ้นด้วย แม้กระนั้นถ้าเกิดผู้ร่วมลงทุนได้เลือกซื้อหรือถือสิทธิ์ตราสารหนี้สินที่ออกมาก่อนหน้า อัตราค่าดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่กำลังจะได้รับก็จะลดน้อยลง ด้วยเหตุนี้นักลงทุนสามารถเลี่ยงการเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาจากการผันผวนนี้ได้ด้วยการถือสิทธิ์ตราสารหนี้สินจนถึงครบอายุคำสัญญา
3.การเสี่ยงจากเงินเฟ้อ หรือ Purchasing Power Risk เป็น ถึงแม้ การลงทุนในตราสารหนี้สินจะแก่รวมทั้งส่งผลทดแทนให้แก่นัมายากลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็ตาม แต่ว่าในขณะสภาวะเงินเฟ้อสูงมากขึ้นเรื่อยก็จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ร่วมลงทุน ยิ่งผู้ร่วมลงทุนถือสิทธิ์ตราสารหนี้สินยาวเท่าไร ก็จะยิ่งเสี่ยงต่อเงินเฟ้อมากยิ่งขึ้นแค่นั้น ช่องทางที่ผู้ร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสำหรับการลงทุนก็จะน้อยลง แนวทางหลบหลีกการเสี่ยงที่อาจจะมีการเกิดขึ้นได้ เป็นการลงทุนในตราสารหนี้สินทดแทนเงินเฟ้อ เลือกการลงทุนในตราสารหนี้สินที่มีอัตราค่าดอกเบี้ยลอยตัว หรือกระจัดกระจายเงินทุนในตราสารหนี้สินอีกทั้งในระยะสั้นแล้วก็ระยะยาว ฯลฯ
4.การเสี่ยงจากการนำไปลงทุนต่อ หรือ Reinvestment Risk เป็น การเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาจากนักลงทุนนำผลตอบแทนหรือผลกำไรดอกที่ได้รับในแต่ละงวดไปลงทุนต่อในตราสารหนี้สินที่ที่มีการเปลี่ยนอัตราค่าดอกเบี้ยซึ่งอยู่ในตอนขาลง ความผันแปรของอัตราค่าดอกเบี้ยในตลาดการคลังย่อมทำให้เกิดผลเสียต่อนักลงทุน ถึงแม้ว่า ในตราสารหนี้สินที่ลงทุนไปนั้น จะมีอัตราค่าดอกเบี้ยที่ยี่ห้อไว้ก็ตาม เมื่อมีการลงทุนในตราสารหนี้สินใหม่ ผลตอบแทนที่ผู้ร่วมลงทุนจะได้รับก็จะลดน้อยลงด้วยเหมือนกัน
ด้วยเหตุนั้น สำหรับนักลงทุนที่ตกลงใจเลือกการลงทุนในตราสารหนี้สิน แนวทางที่จะช่วยลดการเสี่ยงก้าวหน้าอีกแนวทางหนึ่ง เป็น ผู้กระทำระจายการลงทุน และก็ศึกษาเล่าเรียนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตราสารหนี้สินรวมทั้งความรู้ความเข้าใจสำหรับในการรับการเสี่ยงสำหรับเพื่อการลงทุน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*